รู้จักรถยนต์ มือใหม่ต้องอ่าน

0
140
รู้จักรถยนต์

รถยนต์ออกใหม่ทุกวัน และผู้ขับมือใหม่หัดขับก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ลำพังแค่ขับอย่างเดียวยังเอาตัวไม่ค่อยจะรอด ไม่ต้องพูดถึงการ ดูแลบำรุงรักษาและการซ่องแซมเวลารถเป็นเรื่องขึ้นมาก็เลยทำอะไรไม่ถูก อันที่จริงพวกวิธีดูแลรถ คงสภาพที่ดีเอาไว้ตลอดเวลา รวมทั้งการแก้ไขยามรถมีปัญหานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น เราจึงควรที่จะต้อง รู้จักรถยนต์ ของเรา โดยเฉพาะสว่นของห้องเครื่องรถยนต์ ที่เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลกัน

ฝากระโปรงห้องเครื่อง
วิธีเปิดฝากระโปรงห้องเครื่องเป็นอันดับแรก เพราะถ้าลองเปิดฝากรไม่เป็นอย่างอื่นก็ไม่ต้องพูดถึง และอย่าคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่อง กระจอก รถส่วนใหญ่จะวางเครื่องยนต์ไว้ทางด้านหน้าของรถ ยกเว้นรถบางยี่ห้อ บางรุ่นก็นำเครื่องยนต์ไปวางไว้ท้ายรถ อย่างเช่น รถ PORSCHE หรือรถรุ่นเก่า ๆ เช่น HENO, RENAULT, SKODA และรถโฟล์คเต่า นอกจากนี้ยังมีพวกที่วางเครื่องยนต์ไว้กลาง ลำหรับหลังเบาะนั่งอีก ซึ่งรถประเภทนี้มักจะเป็นกลุ่มรถสปอร์ตหรือรถแรงอย่าง FERRARI หรือ TOYOTA MR2 เป็นต้น จึงต้อง สำรวจดูกันก่อนว่าเครื่องยนต์ของรถเค้าวางแหมะเอาไว้ตรงไหน เดี๋ยวเปิดฝากระโปรงรถขึ้นมาแล้วหาเครื่องไม่เจอ

ที่ดึงปลดล็อคฝากระโปรง
ต่อไปให้หาที่ดึงปลดล็อคฝากระโปรงให้เจอว่ามันซุกอยู่ตรงไหน ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นทั่วไปมักติดเอาไว้แถวผนังข้างคันเร่งหาไม่ค่อยยาก ส่วนใหญ่ก้มลงไปมองก็เห็นหน้าเห็นตากันแล้ว ยกเว้นรถบางรุ่นอาจจะลึกลับหน่อยบางทีถึงกับต้องมุดเข้าไปดูก็มี แต่ถ้าเป็นรถยุโรปมีพื้นฐานเป็นรถพวงมาลัยซ้าย ก็มักไปอยู่ผนังข้างที่วางเท้าทางด้านซ้ายมือแทน

การเปิดฝากระโปรงรถ
วิธีเปิดฝากระโปรงรถก็ไม่ยากแค่ดึงที่เปิด โยกที่เปิดถ้าเป็นแบบคันโยก หรือใช้วิธีล้วงไปเขี่ย สำหรับรถที่เปิดทางด้านหน้า ซึ่งจะมี ขาเปิดฝากระโปรงซุกเอาไว้

เปิดฝากระโปรงยาก
โดยทั่วไปการเปิดฝากระโปรงรถนั้นไม่ต้องออกแรงกันมากนัก แต่ถ้าพบว่ามีรายการออกแรงมากกว่าปกติแสดงว่าสายดึงมีปัญหา อาจเป็นเพราะสายเกิดการติดขัด หรือตัวล็อคเองฝืดคับ รวมทั้งปรับตั้งระยะสายไม่ถูกต้อง ถ้าเจอเข้ากับลักษณะเช่นนี้อย่าใจร้อนโหม แรงดึงเอา ๆ กันลูกเดียว ไม่งั้นสายขาดแล้วจะยุ่ง ให้หาพรรคพวกมาซักคนให้ช่วยกดขย่มแถวตัวกลอนล็อคขณะดึงที่เปิดฝากระโปรง พอได้จังหวะพร้อมกันเมื่อไหร่ก็สามารถปลดล็อคได้ง่าย เมื่อเปิดได้เรียบร้อยแล้วอย่าลืมทำการแก้ไขโดยการหล่อลื่นตัวกลอนล็อค หรือปรับตั้งสายดึงให้ตึงขึ้น แต่อย่าให้ตึงมากนักควรมีช่วงระยะฟรีบ้างนิดหน่อย มิฉะนั้นเวลาขับรถไปแล้วเจอทางขรุขระ ตัวรถสะเทือนมาก ๆ ฝากระโปรงอาจจะเด้งเปิดขึ้นมาเอง เพราะการรั้งตึงเกินไปของสายดึงทำให้ตัวล็อคถูกดึง และเมื่อฝากระโปรงเปิดแล้ว มันจะพับขึ้นมาฟาดกับกระจกหน้า นอกจากอาจเกิดอันตรายแล้ว ยังต้องควักกระเป๋าเปลี่ยนกระจกบังลมหน้ารวมทั้งซ่อมฝากระโปรง อีกด้วย

ดึงง่ายแต่เปิดไม่ออก
เมื่อพบว่าสามารถดึงที่เปิดฝากระโปรงได้เบามือ แต่ปรากฏว่าฝากระโปรงไม่ยอมเด้งขึ้นมาซักที แบบนี้เป็นการบ่งบอกว่า ถ้าไม่เป็น เพราะจุดยึดหัวปลอกสายหลุด ก็เป็นที่หัวสายสลิงรูดหรือหลุด ซึ่งการแก้ไขคือทำการยึดหัวปลอกสายใหม่ให้แน่น หรือจัดการกับ ช่วงหัวยึดสายให้ดี เพียงแต่มีปัญหาว่าเราจะเปิดฝากระโปรงรถได้อย่างไร ถ้าเปิดไม่ออกการซ่อมย่อมทำไม่ได้ในกรณีที่พบว่าไม่ สามารถเปิดฝากระโปรงได้ เพราะมีปัญหากับสายดึงไม่ว่าจะเป็นสายหลุดหรือขาดก็ตาม ก็ต้องใช้วิธีเขี่ยที่กลอนตัวรับ โดยการใช้ ไขควงอันยาวหน่อยจิ้มจากช่องหน้ากระจังเข้าไปเขี่ยที่ตัวกลอนรับให้อ้าออก ซึ่งจะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบ -ถ้าเป็นรุ่นเก่ากลอนตัวผู้ที่ฝากระโปรงจะมีลักษณะเป็นเดือยหน้าตาคล้าย ๆ “ปลัดขิก” ส่วนโคนของเดือยนั้นจะมีน็อตล็อคตั้งระยะ และบริเวณปลายเดือยจะเป็นหัวฝ่าสำหรับไขตั้งระยะสำหรับตัวเบ้ารับที่ติดตั้งแถวคานหม้อน้ำ จะทำเป็นรูมีแผ่น เหล็กเป็นตัว ล็อคให้เขี่ยที่แผ่นเหล็กนี้ก็สามารถเปิดออกได้ สำหรับกลอนของรถรุ่นใหม่จะเป็นเหล็กรูปตัว U ติดไว้ที่ฝากระโปรง ส่วนตัวรับจะ เป็นแผ่นเหล็กหนีบเข้าหากัน เวลาเปิดให้งัดแผ่นเหล็กอ้าออกเท่านั้นเองเมื่อดึงที่เปิดฝากระโปรงและฝากระโปรงเด้งขึ้นมาแล้ว ก็ยังไม่สามารถเปิดฝากระโปรงขึ้นมาได้ เพราะจะมีกลอนล็อคไว้อีกชั้น ต้องล้วงมือเข้าไปขยับเลื่อนอีกครั้ง -หรือถ้าเป็นรถ ยุโรปชั้นดี ตัวล็อคอีกชั้นจะยื่นออกมาเองแถวกระจังหน้าเวลามีการดึงมือเปิดฝากระโปรง เพื่อความสะดวกและง่ายไม่ต้องล้วงให้เมื่อยเพียงแค่ดึง ส่วนที่ยื่นออกมาก็สามารถเปิดฝากระโปรงได้แล้ว

ตัวค้ำฝากระโปรง
หลังจากเปิดฝากระโปรงขึ้นมาถ้าจะให้มันค้างก็ต้องมีตัวช่วยค้ำเอาไว้ ซึ่งทั่วไปจะมีใช้กัน 3 รูปแบบ
– อย่างแรกเป็นแบบพิมพ์นิยมทั่วไป เล่นง่ายและมีราคา (ต้นทุน) ถูก คือ ใช้แท่งเหล็กค้ำเอาไว้ซึ่งรถญี่ปุ่นระดับจ่ายกับข้าวส่วน ใหญ่นิยมใช้กัน
– แบบที่สองจะใช้กำลังของช็อคอับค้ำเอาไว้ อันนี้เวลาเปิดจะง่ายไม่ต้องออกแรงมาก เพราะช็อคอับจะช่วยผ่อนแรงโดยช่วยดันขึ้นไป พวกนี้มักใช้อยู่ในรถชั้นดีราคาค่อนข้างสูง สำหรับข้อเสียก็มีบ้างเหมือนกันคือ เมื่อช็อคอับมันช่วยดันขึ้นตอนเปิด เลยต้องออกแรงมาก หน่อย และเวลาใช้ไปนาน ๆ แล้วช็อคอับเสื่อมสมรรถภาพหมดแรงค้ำ ทำให้ฝากระโปรงตกลงมาได้ บางรายต้องพกท่อนไม้ติดรถ เอาไว้ช่วยค้ำ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็น่าจะเปลี่ยนใหม่ไปซะเลยแม้ค่าตัวแม้จะแพงอยู่ก็ตาม และสำหรับรถบางรุ่นสามารถซื้อของเก่า เซียงกงหรือดัดแปลงได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท
– ประเภทสุดท้ายนี้ไม่มีอะไรค้ำเอาไว้เลย อยู่ได้ด้วยแรงสปริงขดโตดึงเอาไว้ ข้อดีข้อเสียก็เหมือนกับพวกใช้ช็อคอับนั่นเอง แต่ดีกว่า หน่อยตรงเวลาใช้ไปนาน ๆ แล้วคอยล์สปริงที่รั้งเริ่มล้าตัว รถบางยี่ห้อเค้า จะมีรูเตรียมเอาไว้ให้สำหรับ เปลี่ยนจุดรั้งเพิ่ม แรงดึงให้ มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสปริงใหม่

แผ่นปิดใต้ฝากระโปรง
ในระดับรถหรู หรือบริษัทรถลงทุนมากหน่อย บริเวณใต้ฝากระโปรงจะมีแผ่นกันความร้อนและซับเสียงแปะมาให้ด้วย ใครที่ไม่มี ก็มักจะไปติดเพิ่มเติม บางคนก็ไม่ยอมติดเพราะเกรงว่าจะไปลดการระบายความร้อนของห้องเครื่องยนต์ ที่ส่งผ่านทางผิวของฝา กระโปรง ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเป็นห่วงถึงขนาดนั้น การช่วยระบายความร้อนของฝากระโปรงมีไม่มากนัก ถึงแม้เดี๋ยวนี้สีรถจะมีคุณภาพ สูง ทนความร้อนได้หลายร้อยองศา แต่คงไม่ดีเท่าไหร่นักถ้าจะให้มันร้อนอยู่เป็นประจำ เพราะการเสื่อมของสีย่อมสูงกว่าเป็นธรรมดา

พวกรถรุ่นใหม่ตอนนี้หันมาคบระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิคส์กันเป็นแถว ซึ่งมัก “เกาเหลา” กับความร้อน ถ้าห้องเครื่องม ีอุณหภูมิสูง พวกอายุของสายไฟจะเสื่อมเร็ว ลำพังอาศัยการแผ่นกระจายความร้อนจากผิวฝากระโปรงทำได้ไม่มากนัก ดังนั้นการมีแผ่นเปิดหรือ ไม่คงไม่แตกต่างเท่าไหร่ ถ้าจะให้ดีหลังจากขับรถมาร้อน ๆ โดยเฉพาะการเดินทางไกล ให้เปิดฝากระโปรงเอาไว้ซักครู่จะให้ผลได้ มากกว่าเมื่อเปิดฝากระโปรงได้แล้วก็น่าจะรู้วิธีปิดที่ถูกต้องด้วย คือ การปิดนั้นควรใช้วิธีปล่อยมือ ให้น้ำหนักของฝา กระโปรงทิ้งตัวลง มาปิดเองในระยะความสูงซักคืบสองคืบ หรือบางทีต้องมีรายการออกแรงส่งด้วยนิดหน่อย เสียงปิดอาจจะดังอยู่บ้างแต่ไม่ต้องกังวล ถ้าเราเปิดแบบปล่อยวางลงแล้วกดฝากระโปรงให้สนิทอีกที ฝากระโปรงอาจจะบุบเป็นรอยมือได้ ง่าย ๆ หลังจากปิดสนิทแล้วเพื่อความ แน่ใจให้ตรวจดูรอยต่อของฝากระโปรงว่าอยู่ในระดับเดียวกัน หรือจะลองดึงฝากระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อลองดูว่ามันล็อคอยู่หรือเปล่า โดยเฉพาะตอนเดินทางหรือขับรถด้วยความเร็ว ป้องกันไม่ให้ฝากระโปรงเปิดขึ้นมาตีกระจกแตก

Leave a comment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here