ซื้อยามาใช้เอง ดีไหม?

0
65
ซื้อยามากินเอง

โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่มีอาการเรื้อรังเป็นส่วนใหญ่ เช่น โพรงจมูกอักเสบจากการแพ้ โรคหอบหืด โรคลมพิษเรื้อรัง ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานานๆ หรือเวลาที่ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้มีอาการหวัดเพิ่มเติม ผู้ป่วยบางรายก็จะไปซื้อยาจากร้านขายยามาใช้เอง วันนี้เราจะมาดูว่าดีหรือไม่ที่จะทำอย่างนั้น

ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะ หมายถึง ยาที่ใช้ในการรักษาการติดเชื้อโรคแบคทีเรีย โดยที่ไม่สามารถใช้รักษาการติดเชื้อไวรัสหวัดได้เลย คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ถ้าเป็นหวัดเจ็บคอต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้ง ซึ่งผลเสียของการใช้ยาปฏิชีวนะมีหลายข้อดังต่อไปนี้

1. เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะถ้าเป็นการติดเชื้อไวรัส ในปัจจุบันยังไม่มียาที่จะใช้ฆ่าเชื้อไวรัสในร่างกายได้ การหายจากโรคเกิดจากร่างกายมนุษย์ผลิตภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านเชื้อไวรัส ซึ่งต้องอาศัยเวลาประมาณ 5-14 วัน แล้วแต่ชนิดของไวรัสและภูมิต้านทานของคนๆ นั้น
2. กระตุ้นให้เกิดการดื้อยาปฏิชีวนะ เนื่องจากผู้ป่วยที่รับประทานยาปฏิชีวนะ มักจะรับประทานยาไม่ครบตามจำนวนที่ได้ไปหรือตามระยะเวลาของการรักษาโรค เมื่อเชื้อแบคทีเรียได้รับยานั้นๆ ก็จะพัฒนาตัวเองให้มีฤทธิ์ต่อต้านยาปฏิชีวนะชนิดนั้นได้ ผลเสียอันนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ดื้อยา แพร่กระจายไปสู่ชุมชนได้ด้วย
3. อาจเกิดการแพ้ยาได้ ยาปฏิชีวนะเป็นยาอันดับแรกๆ ของผู้ป่วยที่แพ้ยา การแพ้ยาอาจจะไม่รุนแรง โดยมีเพียงผื่นแดงตามผิวหน้า แต่บางครั้งการแพ้ยาก็เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ เช่น เกิดการแพ้รุนแรง มีการอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือการแพ้ที่ผิวหนังรุนแรงเป็นต้น
4. อาจเกิดอาการข้างเคียงของยาได้ เช่น ยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวได้ ผู้ป่วนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าเป็นอาการจากการแพ้ยา ซึ่งความจริงไม่ใช่ อาการข้างเคียงเหล่านี้อาจจะไม่เกิดขึ้นในครั้งต่อไปก็ได้ หรืออาจจะลดลงได้ถ้ารับประทานยาไปพร้อมกับอาหาร

จะเห็นว่า การซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองมีข้อเสียดังได้กล่าวไปแล้ว นอกจากนั้นแล้วแพทย์ที่ดูแลบางครั้งก็สั่งยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นด้วย ซึ่งอาจป็นเพราะได้รับการร้องขอจากผู้ป่วยหรือผู้ปกครอง ถึงแม้ว่าจะได้รับคำอธิบายต่างๆ แล้วก็ยังไม่เข้าใจ หรือแพทย์ผู้รักษาขาดความมั่นใจในการอธิบายโรคแก่ผู้ป่วย

สิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยให้เกิดการลดการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ก็คือความรู้ความเข้าใจของผู้ป่วยโดยทั่วๆ ไป เช่น ถ้ามีอาการของโรคหวัด มีน้ำมูกไหล ถึงแม้จะมีน้ำมูกสีเหลืองเขียว แต่ถ้าผู้ป่วยไม่มีไข้สูงหรือไม่มีอาการอื่นๆ ที่ดูน่ากลัว เช่น หน้าบวม หรือเจ็บบริเวณใต้ตา ก็ควรจะรอดูอาการโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 7 วัน โดยรับประทานเพียงยาแก้ไข้ ยากแก้คัดจมูก รวมทั้งปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง คือ การพักผ่อน การดื่มน้ำให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และปริมาณที่พอควร เป็นต้น

ยาแก้แพ้
ยาแก้แพ้จัดเป็นยาที่ใช้กันบ่อยมาก เนื่องจากผู้ป่วยโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะอย่างยิ่งโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ มีประมาณร้อยละ 20 – 40 ในประชากร
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างยาปฏิชีวนะและยาแก้แพ้แล้ว การซื้อยาแก้แพ้มารับประทานเองค่อนข้างปลอดภัยกว่ามาก แต่อย่างไรก็ตามก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ
1. เสียเงินโดยไม่ได้ประโยชน์ ถ้าอาการน้ำมูกไหลเกิดจากการติดเชื้อโรค ยาแก้แพ้อาจจะมีประโยชน์น้อย หรือไม่มีประโยชน์เลย
2. เกิดอาการข้างเคียง เช่น ยาแก้แพ้สมัยก่อนจะทำให้เกิดการง่วงซึม อาจเกิดอันตรายได้ถ้าไปขับขี่รถยนต์
อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ป่วยมีอาการภูมิแพ้กำเริบไม่รุนแรง และเคยใช้ยาเป็นประจำอยู่แล้ว การซื้อยาชนิดเดียวกันจากร้านขายยา มารับประทานก่อน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ยาขยายหลอดลม
ผู้ป่วยโรคหอบหืดมักจะมีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว ซึ่งยาขยายหลอดลมนั้นมีหลายชนิด ทั้งชนิดรับประทาน ชนิดพ่น ชนิดสูด ถ้าผู้ป่วยไม่เคยได้รับยามาก่อน การไปซื้อยาชนิดนี้ใช้เองจากร้านขายยา ไม่น่าจะมีผลดี เนื่องจากอาจจะไม่ตรงกับโรครวมถึงวิธีการใช้ยาซึ่งยากกว่าการใช้ยารับประทาน จึงแนะนำให้พบแพทย์ก่อนจะดีกว่า
ในกรณีที่ผู้ป่วยคุ้นเคยกับยาดีอยู่แล้ว ถ้ายาหมดแล้วยังไม่มีเวลาไปพบแพทย์ ก็สามารถที่จะซื้อยามาใช้ก่อนได้

ยาต้านการอักเสบโดยเฉพาะสเตียรอยด์
ยาชนิดนี้จัดเป็นยาอันตราย โดยเฉพาะยาชนิดรับประทานไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด ส่วนยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกและยาสูดดม ถ้าผู้ป่วยเคยใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ถ้ายาหมดแล้วยังไม่มีเวลาไปพบแพทย์ ก็สามารถซื้อยามาใช้ได้ก่อน หลังจากนั้นจึงควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค และพิจารณาลดหรือเพิ่มยาตามความจำเป็น

ความจริงแล้ว ยาส่วนใหญ่ที่กล่าวถึง ในต่างประเทศจัดเป็นยาควบคุมที่จะต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ แต่เนื่องจากในประเทศไทยสามารถหาซื้อได้ง่าย ประชาชนจึงควรมีความรู้และพิจารณาก่อนการซื้อยาเหล่านี้มาใช้เอง

Leave a comment

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here